ต่างชาติเปิดโรงงานในไทยได้ไหม? สิ่งที่นักลงทุนต้องรู้ก่อนเริ่มลงทุน
เกี่ยวกับ TMA Group
TMA Group เป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการสรรหาบุคลากรและการให้คำปรึกษาทางธุรกิจในประเทศไทย มุ่งมั่นที่จะให้บริการครบวงจรแก่ทั้งองค์กรและบุคคล รวมถึงการสรรหาบุคลากร การบริหารจัดการทางการเงิน การจัดการภาษี การให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย การบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ และบริการอื่นๆ หากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงทุนในประเทศไทย ยินดีต้อนรับติดต่อเราตลอดเวลา
ประเทศไทยยังเป็นหนึ่งในฐานการผลิตที่สำคัญของภูมิภาคอาเซียน ทำให้มีนักลงทุนต่างชาติเข้ามาตั้งโรงงานและขยายฐานการผลิตในไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่ม อิเล็กทรอนิกส์ EV อาหาร เครื่องจักร และอุตสาหกรรมเทคโนโลยี แต่คำถามสำคัญสำหรับนักลงทุนต่างชาติคือ “ชาวต่างชาติสามารถเปิดโรงงานในประเทศไทยได้หรือไม่?”คำตอบคือ สามารถทำได้ แต่ไม่ได้หมายความว่านักลงทุนต่างชาติจะสามารถดำเนินธุรกิจได้ทุกประเภทโดยไม่มีข้อจำกัด เพราะต้องตรวจสอบทั้ง สัดส่วนการถือหุ้น ประเภทธุรกิจ กฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ใบอนุญาตโรงงาน และใบอนุญาตอื่นที่เกี่ยวข้อง ก่อนเริ่มดำเนินการ

ต่างชาติถือหุ้น 100% เปิดโรงงานในไทยได้หรือไม่?
ในหลายกรณี ธุรกิจการผลิตสามารถมีผู้ถือหุ้นต่างชาติเป็นสัดส่วนสูงหรือ 100% ได้ โดยต้องพิจารณาว่ากิจการผลิตนั้นอยู่ในธุรกิจที่ถูกจำกัดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวหรือไม่
ข้อมูลจาก BOI ระบุว่า การส่งเสริมการลงทุนเปิดกว้างสำหรับทั้งนักลงทุนไทยและต่างชาติ และกิจกรรมการผลิตหลายประเภทไม่ได้อยู่ในรายการธุรกิจที่จำกัดสำหรับคนต่างด้าว
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรดูเพียงคำว่า “ผลิตสินค้า” แล้วสรุปว่าไม่ต้องขออนุญาต เพราะกิจกรรมที่บริษัททำจริงอาจมีทั้งการผลิต การขาย การค้าส่ง การค้าปลีก หรือการให้บริการ ซึ่งแต่ละกิจกรรมอาจมีข้อกำหนดแตกต่างกัน
ต้องขอ Foreign Business License หรือไม่?
เรื่องนี้เป็นประเด็นที่นักลงทุนต่างชาติต้องตรวจสอบให้ละเอียด ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว บริษัทที่เข้าข่ายเป็น “คนต่างด้าว” และประกอบธุรกิจที่อยู่ในบัญชีธุรกิจที่ถูกจำกัด อาจต้องได้รับ Foreign Business License (FBL) หรือหนังสือรับรองที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินธุรกิจ ดังนั้น หากบริษัทต่างชาติจะตั้งโรงงานในไทย ควรแยกพิจารณาเป็น 2 ส่วน
ส่วนที่ 1: กิจกรรมการผลิต
ต้องตรวจสอบว่าการผลิตสินค้าของบริษัทเข้าข่ายธุรกิจที่จำกัดคนต่างด้าวหรือไม่
ส่วนที่ 2: กิจกรรมอื่นของบริษัท
หากบริษัทมีการค้าส่ง ค้าปลีก ให้บริการ รับจ้างผลิต หรือทำกิจกรรมอื่นเพิ่มเติม ต้องตรวจสอบแต่ละกิจกรรมแยกกัน เพราะอาจมีข้อกำหนดภายใต้กฎหมายคนต่างด้าวแตกต่างจากกิจกรรมการผลิต
ถ้าได้รับ BOI มีข้อดีอย่างไร?
สำหรับนักลงทุนต่างชาติที่ต้องการตั้งโรงงานในประเทศไทย การพิจารณา BOI ตั้งแต่ก่อนเริ่มลงทุนถือเป็นเรื่องสำคัญ หากโครงการอยู่ในประเภทกิจการที่ BOI ให้การส่งเสริม นักลงทุนอาจได้รับสิทธิประโยชน์ตามเงื่อนไขของโครงการ เช่น สิทธิประโยชน์ด้านภาษี และสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน นอกจากนี้ BOI ระบุว่า หากเป็นโครงการที่ได้รับการส่งเสริม นักลงทุนต่างชาติสามารถขอ Foreign Business Certificate (FBC) สำหรับกิจการที่ได้รับการส่งเสริมได้ โดยไม่จำเป็นต้องขอ Foreign Business License ในกรณีที่เข้าเงื่อนไขของ BOI
ดังนั้น สำหรับนักลงทุนต่างชาติ การวางโครงสร้างการลงทุนให้สอดคล้องกับเงื่อนไข BOI ตั้งแต่ต้นอาจช่วยให้การดำเนินธุรกิจในไทยมีความชัดเจนมากขึ้น
นอกจากเรื่องการถือหุ้น ต้องขอใบอนุญาตโรงงานด้วยหรือไม่?
ต้องตรวจสอบตามลักษณะและขนาดของกิจการ กฎหมายโรงงานกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจัดตั้ง การดำเนินงาน การขยายโรงงาน และความปลอดภัย รวมถึงการควบคุมมลพิษ โดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ดังนั้น แม้ว่าบริษัทจะสามารถมีผู้ถือหุ้นต่างชาติได้ แต่ก็ยังต้องตรวจสอบว่า โรงงานนั้นเข้าข่ายต้องขออนุญาตหรือดำเนินการตามกฎหมายโรงงานในรูปแบบใด
นอกจากนี้ยังต้องพิจารณาเรื่องสถานที่ตั้ง อาคาร เครื่องจักร กระบวนการผลิต และระบบด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง
นักลงทุนต่างชาติต้องเตรียมอะไรบ้างก่อนเปิดโรงงาน?
ก่อนเริ่มลงทุน ควรตรวจสอบอย่างน้อย 6 เรื่อง
1. ประเภทธุรกิจ
ตรวจสอบว่าผลิตสินค้าอะไร และกิจกรรมของบริษัทมีอะไรบ้างนอกเหนือจากการผลิต
2. โครงสร้างผู้ถือหุ้น
วางโครงสร้างการถือหุ้นให้สอดคล้องกับกฎหมาย และตรวจสอบว่าจำเป็นต้องขอ FBL หรือ FBC หรือไม่
3. BOI
ตรวจสอบว่ากิจการอยู่ในประเภทที่สามารถขอรับการส่งเสริมการลงทุนได้หรือไม่
4. ใบอนุญาตโรงงาน
ตรวจสอบประเภทและขนาดของโรงงาน รวมถึงข้อกำหนดเกี่ยวกับเครื่องจักรและกระบวนการผลิต
5. ใบอนุญาตเฉพาะ
โรงงานบางประเภทอาจต้องมีใบอนุญาตเพิ่มเติม เช่น ใบอนุญาตเกี่ยวกับอาหาร สารเคมี สิ่งแวดล้อม หรือมาตรฐานผลิตภัณฑ์
6. บุคลากรต่างชาติ
หากต้องนำผู้บริหาร วิศวกร หรือผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศเข้ามาทำงาน ต้องวางแผนเรื่อง Visa และ Work Permit ให้ถูกต้อง
ตัวอย่างโครงสร้างการลงทุน
สมมติว่านักลงทุนจีนต้องการเข้ามาตั้งโรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย สิ่งที่ควรตรวจสอบตั้งแต่แรก ได้แก่
บริษัท → โครงสร้างผู้ถือหุ้น → ประเภทธุรกิจ → BOI → สิทธิในการประกอบธุรกิจ → สถานที่ตั้งโรงงาน → ใบอนุญาตโรงงาน → เครื่องจักร → การนำเข้าวัตถุดิบ → บุคลากรต่างชาติ
การวางแผนทั้งหมดตั้งแต่ต้นจะช่วยลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เช่น จดบริษัทแล้วแต่ไม่สามารถดำเนินกิจกรรมบางอย่างได้ หรือเลือกสถานที่ตั้งโรงงานที่ไม่เหมาะสมกับข้อกำหนดของกิจการ
ต่างชาติสามารถเปิดโรงงานในประเทศไทยได้ และในหลายกิจการสามารถมีสัดส่วนการถือหุ้นต่างชาติสูงหรือ 100% ได้ แต่ต้องตรวจสอบเป็นรายกรณีว่ากิจการผลิตนั้นอยู่ภายใต้ข้อจำกัดของกฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวหรือไม่ นอกจากนี้ การตั้งโรงงานยังต้องพิจารณาเรื่อง BOI, Foreign Business License หรือ Foreign Business Certificate, ใบอนุญาตโรงงาน, ใบอนุญาตเฉพาะของสินค้าและกระบวนการผลิต รวมถึง Visa และ Work Permit
ดังนั้น หากนักลงทุนต่างชาติวางแผนจะตั้งโรงงานในไทย ควรตรวจสอบโครงสร้างธุรกิจและใบอนุญาต ก่อนซื้อหรือเช่าที่ดินและก่อนลงทุนติดตั้งเครื่องจักร เพื่อให้สามารถวางแผนการลงทุนได้อย่างถูกต้องและลดความเสี่ยงในระยะยาว
1. สถานีนี้ปฏิบัติตามมาตรฐานในวงการ และทุกบทความที่ถูกคัดลอกจะถูกทำเครื่องหมายชัดเจนว่าเป็นของผู้เขียนและแหล่งที่มา; 2. บทความต้นฉบับของสถานีนี้ โปรดระบุผู้เขียนและแหล่งที่มาเมื่อมีการคัดลอก เราจะดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้ที่ไม่เคารพสิทธิของผู้เขียน; 3. การส่งบทความของผู้เขียนอาจถูกดำเนินการแก้ไขหรือเพิ่มเติมโดยบรรณาธิการของเราในบางกรณีที่เหมาะสม




