เซ็นค้ำประกันบริษัท เสี่ยงแค่ไหน? เรื่องที่กรรมการและหุ้นส่วนต้องรู้ก่อนตัดสินใจ
เกี่ยวกับ TMA Group
TMA Group เป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการสรรหาบุคลากรและการให้คำปรึกษาทางธุรกิจในประเทศไทย มุ่งมั่นที่จะให้บริการครบวงจรแก่ทั้งองค์กรและบุคคล รวมถึงการสรรหาบุคลากร การบริหารจัดการทางการเงิน การจัดการภาษี การให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย การบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ และบริการอื่นๆ หากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงทุนในประเทศไทย ยินดีต้อนรับติดต่อเราตลอดเวลา
หลายคนเข้าใจว่า “บริษัทเป็นนิติบุคคลแยกต่างหาก” ต่อให้บริษัทเป็นหนี้ ก็ไม่กระทบทรัพย์สินส่วนตัว แต่ความจริงคือ…
ถ้าคุณเซ็นค้ำประกันเมื่อไร ความเสี่ยงจะย้ายจากบริษัท มาที่ตัวคุณทันที
การค้ำประกันถูกกำหนดไว้ใน ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งมีผลผูกพันทางกฎหมายชัดเจน และอาจทำให้ต้องรับผิดชำระหนี้แทนบริษัททั้งจำนวน

ค้ำประกันคืออะไรในทางกฎหมาย?
“สัญญาค้ำประกัน” คือ สัญญาที่บุคคลหนึ่ง (ผู้ค้ำ) ตกลงกับเจ้าหนี้ว่า
หากลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ ผู้ค้ำจะรับผิดแทน
ดังนั้น แม้คุณจะไม่ใช่คนกู้เงินเอง
แต่ถ้าบริษัทผิดนัดชำระ เจ้าหนี้มีสิทธิเรียกเก็บจากคุณได้
ความเสี่ยงที่หลายคนมองข้าม
1. ต้องรับผิดชำระหนี้แทนบริษัท
หากบริษัทผิดนัดชำระ เจ้าหนี้สามารถเรียกให้ผู้ค้ำชำระได้
ในบางกรณีสามารถฟ้องผู้ค้ำได้โดยไม่ต้องรอให้บริษัทล้มละลายก่อน
2. รับผิดทั้งเงินต้น ดอกเบี้ย และค่าปรับ
หากในสัญญาระบุว่า “ค้ำประกันหนี้ทั้งหมด”
ผู้ค้ำอาจต้องรับผิดรวมถึง
เงินต้น
ดอกเบี้ยผิดนัด
ค่าปรับ
ค่าเสียหาย
ค่าทนายความ
ยอดรวมอาจสูงกว่าที่คิดหลายเท่า
3. เสี่ยงถูกฟ้องร้องและบังคับคดี
หากไม่ชำระหนี้ เจ้าหนี้สามารถดำเนินคดีทางศาลได้
เมื่อมีคำพิพากษาแล้ว อาจถูก
ยึดทรัพย์
อายัดเงินเดือน
ขายทอดตลาดทรัพย์สิน
ทรัพย์สินส่วนตัว เช่น บ้าน รถ หรือเงินฝาก อาจได้รับผลกระทบ
4. ค้ำแบบ“ต่อเนื่อง”อันตรายมาก
บางสัญญาระบุว่าเป็นการค้ำประกันหนี้ “ปัจจุบันและอนาคต”
หมายความว่า แม้บริษัทจะก่อหนี้เพิ่มในอนาคต ผู้ค้ำก็ยังต้องรับผิดด้วย
ถ้าไม่กำหนดวงเงินหรือระยะเวลาไว้ชัดเจน ความเสี่ยงจะเปิดกว้างมาก
แล้วกรรมการหรือหุ้นส่วนต้องค้ำเสมอไหม?
ตามหลักกฎหมาย บริษัทจำกัดเป็นนิติบุคคลแยกต่างหาก
กรรมการหรือผู้ถือหุ้น“ไม่ต้องรับผิดเป็นการส่วนตัว”
แต่ในทางปฏิบัติ ธนาคารหรือคู่ค้ารายใหญ่ มักขอให้กรรมการเซ็นค้ำ เพื่อเพิ่มความมั่นใจ
เมื่อเซ็นแล้ว ความคุ้มครองเรื่อง“แยกทรัพย์สิน”จะลดลงทันที
ก่อนเซ็นค้ำประกัน ควรตรวจสอบอะไร?
ค้ำวงเงินสูงสุดเท่าไร
ค้ำเฉพาะสัญญานี้ หรือค้ำทุกสัญญา
มีวันสิ้นสุดการค้ำหรือไม่
สามารถกำหนดเพดานความรับผิดได้ไหม
มีเงื่อนไขให้เจ้าหนี้ต้องแจ้งเมื่อบริษัทผิดนัดหรือไม่
หากไม่มั่นใจ ควรปรึกษาทนายหรือที่ปรึกษากฎหมายก่อนเซ็น
การเซ็นค้ำประกันบริษัท ไม่ใช่แค่การช่วยบริษัทให้กู้ผ่าน แต่คือการนำทรัพย์สินส่วนตัวเข้าไปเสี่ยงโดยตรง
แม้บริษัทจะเป็นนิติบุคคลแยกต่างหาก
แต่“ลายเซ็นของคุณ”สามารถทำให้ต้องรับผิดชำระหนี้แทนบริษัทได้เต็มจำนวน
ก่อนเซ็นทุกครั้ง ต้องอ่านให้ละเอียด และประเมินความเสี่ยงให้รอบคอบ
เพราะเมื่อเกิดปัญหาแล้ว กฎหมายจะยึดตามสัญญาเป็นหลัก
1. สถานีนี้ปฏิบัติตามมาตรฐานในวงการ และทุกบทความที่ถูกคัดลอกจะถูกทำเครื่องหมายชัดเจนว่าเป็นของผู้เขียนและแหล่งที่มา; 2. บทความต้นฉบับของสถานีนี้ โปรดระบุผู้เขียนและแหล่งที่มาเมื่อมีการคัดลอก เราจะดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้ที่ไม่เคารพสิทธิของผู้เขียน; 3. การส่งบทความของผู้เขียนอาจถูกดำเนินการแก้ไขหรือเพิ่มเติมโดยบรรณาธิการของเราในบางกรณีที่เหมาะสม




