คนต่างด้าวสามารถประกอบธุรกิจอะไรในประเทศไทยได้บ้าง?

Pam การเข้าชม: 9 2026-09-25 10:16:21 ความคิดเห็น: 0

เกี่ยวกับ TMA Group
TMA Group เป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการสรรหาบุคลากรและการให้คำปรึกษาทางธุรกิจในประเทศไทย มุ่งมั่นที่จะให้บริการครบวงจรแก่ทั้งองค์กรและบุคคล รวมถึงการสรรหาบุคลากร การบริหารจัดการทางการเงิน การจัดการภาษี การให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย การบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ และบริการอื่นๆ หากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงทุนในประเทศไทย ยินดีต้อนรับติดต่อเราตลอดเวลา

ประเทศไทยเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติเข้ามาลงทุนและประกอบธุรกิจได้หลายประเภท แต่สำหรับธุรกิจบางประเภท กฎหมายกำหนดข้อจำกัดหรือกำหนดให้ต้องได้รับอนุญาตก่อนประกอบธุรกิจ กฎหมายหลักที่ใช้พิจารณาเรื่องนี้คือ พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 (Foreign Business Act: FBA) ซึ่งแบ่งธุรกิจที่อยู่ภายใต้ข้อจำกัดออกเป็น บัญชี 1 บัญชี 2 และบัญชี 3 โดยแต่ละบัญชีมีเงื่อนไขแตกต่างกัน ดังนั้น ก่อนที่ชาวต่างชาติจะจัดตั้งบริษัทหรือเริ่มดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ควรตรวจสอบ ประเภทธุรกิจ โครงสร้างผู้ถือหุ้น และกฎหมายเฉพาะที่เกี่ยวข้อง ก่อนทุกครั้ง

Account Services - 2026-09-25T101516.689.png


คนต่างด้าวตามกฎหมายหมายถึงใคร?

คำว่า “คนต่างด้าว” ภายใต้กฎหมายไม่ได้หมายถึงเฉพาะบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทยเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงนิติบุคคลบางประเภทที่มีสถานะตามที่กฎหมายกำหนด

ดังนั้น การที่บริษัท จดทะเบียนในประเทศไทย ไม่ได้หมายความว่า บริษัทนั้นจะถือเป็น “บริษัทไทย” สำหรับการพิจารณาตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวเสมอไป การพิจารณาจึงต้องดูโครงสร้างของบริษัทและสัดส่วนการถือหุ้นหรือทุน รวมถึงลักษณะของนิติบุคคลตามที่กฎหมายกำหนด


ธุรกิจของคนต่างด้าวแบ่งเป็น 3 บัญชี

บัญชี 1: ธุรกิจที่ไม่อนุญาตให้คนต่างด้าวประกอบ

บัญชี 1 เป็นธุรกิจที่กฎหมายไม่อนุญาตให้คนต่างด้าวประกอบกิจการด้วยเหตุผลพิเศษ

ตัวอย่างเช่น

  • การทำนา

  • การทำไร่

  • การทำสวน

  • การเลี้ยงสัตว์

  • การทำป่าไม้จากป่าธรรมชาติ

  • การทำประมงบางประเภท

  • การสกัดสมุนไพรไทย

  • การค้าดิน

  • ธุรกิจบางประเภทที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรหรือวัฒนธรรมของประเทศ

รายการที่อยู่ในบัญชี 1 มีข้อจำกัดสูง และไม่ใช่กรณีที่สามารถขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวทั่วไปเพื่อประกอบกิจการได้ 

ดังนั้น หากชาวต่างชาติต้องการลงทุนในธุรกิจประเภทนี้ ต้องตรวจสอบกฎหมายเฉพาะที่เกี่ยวข้องเป็นรายกรณีด้วย


บัญชี 2: ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงหรือทรัพยากรของประเทศ

บัญชี 2 เป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ วัฒนธรรม ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี และทรัพยากรธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อม

ตัวอย่างกลุ่มธุรกิจ เช่น

  • ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ

  • การผลิตหรือจำหน่ายสินค้าบางประเภทที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง

  • ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับศิลปวัฒนธรรม

  • ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อม

ธุรกิจในบัญชี 2 ไม่ได้หมายความว่า “ห้ามคนต่างด้าวทำทุกกรณี” แต่การประกอบธุรกิจอยู่ภายใต้เงื่อนไขและกระบวนการอนุญาตตามกฎหมาย

ดังนั้น หากนักลงทุนต่างชาติต้องการประกอบธุรกิจในกลุ่มนี้ ควรตรวจสอบประเภทกิจการและเงื่อนไขการอนุญาตก่อนเริ่มดำเนินธุรกิจ


บัญชี 3: ธุรกิจที่คนไทยยังไม่มีความพร้อมในการแข่งขัน

บัญชี 3 เป็นกลุ่มธุรกิจที่กฎหมายกำหนดข้อจำกัดสำหรับคนต่างด้าว เนื่องจากเป็นธุรกิจที่กฎหมายเห็นว่าคนไทยยังไม่มีความพร้อมที่จะแข่งขันกับคนต่างด้าวในบางกิจการ

ตัวอย่างที่พบได้บ่อย ได้แก่

1. ธุรกิจบริการทางบัญชี

เช่น การให้บริการจัดทำบัญชีหรือบริการด้านบัญชีในลักษณะที่เข้าข่ายธุรกิจตามบัญชี 3


2. ธุรกิจบริการทางกฎหมาย

การให้บริการทางกฎหมายบางประเภทอยู่ภายใต้ข้อจำกัด และยังต้องพิจารณากฎหมายเฉพาะของวิชาชีพด้วย


3. ธุรกิจบริการทางสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม

การให้บริการทางวิชาชีพเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องทั้งกับ FBA และกฎหมายเฉพาะด้านวิชาชีพ จึงต้องพิจารณาเป็นรายกรณี


4. ธุรกิจก่อสร้างบางประเภท

ธุรกิจก่อสร้างอยู่ในบัญชี 3 แต่กฎหมายกำหนดข้อยกเว้นบางกรณี เช่น โครงการก่อสร้างบางประเภทที่มีลักษณะเฉพาะและมีทุนขั้นต่ำตามที่กฎหมายกำหนด


5. ธุรกิจนายหน้าหรือตัวแทน

ธุรกิจนายหน้าหรือตัวแทนอยู่ในกลุ่มธุรกิจที่ต้องตรวจสอบตามบัญชี 3 แต่มีข้อยกเว้นและรายละเอียดเพิ่มเติมตามกฎหมาย

นอกจากนี้ ในปี 2569 มีการออกกฎกระทรวงใหม่เกี่ยวกับธุรกิจนายหน้าหรือตัวแทนที่ไม่ต้องขออนุญาตตาม FBA จึงควรตรวจสอบว่ากิจกรรมที่บริษัทดำเนินการเข้าข่ายข้อยกเว้นหรือไม่ก่อนยื่นขออนุญาต


6. ธุรกิจค้าปลีกและค้าส่ง

การค้าปลีกและค้าส่งเป็นอีกกลุ่มที่ต้องพิจารณาเงื่อนไขด้านทุนและข้อยกเว้นที่กฎหมายกำหนด

ตัวอย่างเช่น กฎหมายกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับทุนขั้นต่ำสำหรับการค้าปลีกและค้าส่งบางประเภท ดังนั้นการมีบริษัทต่างชาติถือหุ้นไม่ได้หมายความว่าจะไม่สามารถทำธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งได้เลย แต่ต้องตรวจสอบเงื่อนไขให้ตรงกับรูปแบบธุรกิจจริง


7. ธุรกิจโฆษณา

ธุรกิจโฆษณาอยู่ในรายการธุรกิจบริการที่ต้องตรวจสอบตามบัญชี 3 และอาจมีข้อยกเว้นหรือกฎเกณฑ์เฉพาะเพิ่มเติม จึงควรพิจารณาลักษณะบริการที่บริษัทให้จริงก่อนสรุปว่าต้องขออนุญาตหรือไม่


8. ธุรกิจโรงแรม

ธุรกิจโรงแรมเป็นธุรกิจที่ต้องตรวจสอบตาม FBA แต่กฎหมายมีข้อยกเว้นสำหรับ ธุรกิจบริการจัดการโรงแรม ในบางกรณี ดังนั้นต้องแยกระหว่าง “การประกอบกิจการโรงแรม” กับ “การให้บริการจัดการโรงแรม” ก่อนพิจารณาเรื่องใบอนุญาต


9. ธุรกิจนำเที่ยว

ธุรกิจนำเที่ยวเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องทั้งกับ FBA และกฎหมายเฉพาะด้านการท่องเที่ยว จึงต้องตรวจสอบใบอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ไม่ควรพิจารณาเฉพาะ FBA เพียงอย่างเดียว


10. ธุรกิจขายอาหารหรือเครื่องดื่ม

ธุรกิจขายอาหารหรือเครื่องดื่มอยู่ในกลุ่มธุรกิจที่ต้องตรวจสอบตามบัญชี 3

อย่างไรก็ตาม การพิจารณาว่าต้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวหรือไม่ ต้องดูโครงสร้างการลงทุน ลักษณะกิจการ และข้อยกเว้นที่เกี่ยวข้องประกอบกัน


แล้วถ้าธุรกิจต้องขออนุญาต ต้องทำอย่างไร?

หากกิจการเข้าข่ายธุรกิจที่คนต่างด้าวสามารถประกอบได้ แต่ต้องได้รับอนุญาตก่อน นักลงทุนต้องดำเนินการตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนดก่อนเริ่มประกอบธุรกิจ

โดยทั่วไปต้องพิจารณาเรื่องสำคัญ เช่น

  • ประเภทธุรกิจที่ต้องการดำเนินการ

  • โครงสร้างผู้ถือหุ้น

  • สัญชาติของผู้ถือหุ้น

  • ทุนจดทะเบียนและทุนที่นำเข้าประเทศ

  • สถานที่ประกอบธุรกิจ

  • ขอบเขตของธุรกิจ

  • เอกสารของบริษัทและผู้ถือหุ้น

  • กฎหมายเฉพาะของธุรกิจนั้น

กรมพัฒนาธุรกิจการค้ามีข้อมูลเกี่ยวกับการอนุญาตให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจตาม FBA และมีข้อมูลสถิติการอนุญาตสะสมถึงปี 2569 แยกตามประเภทธุรกิจและประเทศที่เข้ามาลงทุนด้วย


FBL กับ FBC ต่างกันอย่างไร?

สำหรับผู้ลงทุนต่างชาติ คำว่า FBL (Foreign Business License) และ FBC (Foreign Business Certificate) เป็นสิ่งที่ควรทำความเข้าใจ

Foreign Business License (FBL)

เป็นใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวสำหรับธุรกิจที่อยู่ภายใต้ข้อจำกัดและได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจได้ตามกระบวนการของ FBA

Foreign Business Certificate (FBC)

เป็นหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวในกรณีที่เข้าหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด เช่น การประกอบธุรกิจตามสนธิสัญญาหรือพันธกรณีระหว่างประเทศ หรือกรณีที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง

ดังนั้น นักลงทุนไม่ควรเลือกว่าจะใช้ FBL หรือ FBC จากชื่อเอกสารเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาฐานทางกฎหมายที่บริษัทใช้ในการประกอบธุรกิจ


BOI ช่วยเรื่องการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวอย่างไร?

สำหรับนักลงทุนต่างชาติบางโครงการ การได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI อาจเกี่ยวข้องกับสิทธิในการประกอบธุรกิจตามกฎหมายคนต่างด้าว อย่างไรก็ตาม การได้รับ BOI ไม่ได้หมายความว่าธุรกิจทุกประเภทสามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องตรวจสอบกฎหมายอื่น

บริษัทอาจยังต้องพิจารณาเรื่อง

  • ใบอนุญาตประกอบกิจการ

  • ใบอนุญาตโรงงาน

  • ใบอนุญาตนำเข้า

  • ใบอนุญาตสินค้าเฉพาะประเภท

  • กฎหมายด้านแรงงาน

  • กฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม

  • กฎหมายวิชาชีพ

  • กฎหมายเฉพาะของธุรกิจ

ดังนั้นควรตรวจสอบสิทธิ BOI ควบคู่กับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจจริง


ข้อควรรู้:“จดบริษัทในไทย”ไม่ได้แปลว่า“ทำธุรกิจได้ทุกประเภท”

นี่เป็นความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อย การจดทะเบียนบริษัทเป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งในการจัดตั้งนิติบุคคล แต่ก่อนเริ่มประกอบธุรกิจ นักลงทุนต่างชาติยังต้องตรวจสอบว่า

1. โครงสร้างผู้ถือหุ้นถูกต้องหรือไม่

2. ธุรกิจอยู่ในบัญชี 1, 2 หรือ 3 หรือไม่

3. ต้องขอ FBL หรือ FBC หรือไม่

4. มีข้อยกเว้นตามกฎหมายหรือไม่

5. มีใบอนุญาตเฉพาะสำหรับธุรกิจนั้นหรือไม่

6. มีเงื่อนไขด้านทุนหรือสัดส่วนการลงทุนหรือไม่

การตรวจสอบตั้งแต่ก่อนจัดตั้งบริษัทช่วยลดความเสี่ยงในการแก้ไขโครงสร้างบริษัทภายหลัง


กฎหมายมีการเปลี่ยนแปลง นักลงทุนต้องตรวจสอบข้อมูลล่าสุด

ประเด็นนี้สำคัญมากสำหรับผู้ที่จะนำข้อมูลไปใช้จริง เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 มีการประกาศกฎกระทรวง 2 ฉบับที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคนต่างด้าว โดยเป็นการนำธุรกิจบางประเภทออกจากบัญชีท้าย FBA ทำให้ธุรกิจบางรายการสามารถประกอบได้โดยไม่ต้องขออนุญาตตาม FBA แต่ ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ต้องขอใบอนุญาตตามกฎหมายอื่น ดังนั้น ข้อมูลประเภท “3 ธุรกิจที่ห้าม / ต้องขออนุญาต / ต้องตรวจสอบ” ในอินโฟกราฟิกหรือบทความเก่า อาจไม่เพียงพอสำหรับใช้ตัดสินใจลงทุนในปัจจุบัน ควรตรวจสอบกฎหมายและกฎกระทรวงฉบับล่าสุดก่อนดำเนินการจริง



คนต่างด้าวสามารถประกอบธุรกิจในประเทศไทยได้ แต่ต้องพิจารณาว่าธุรกิจนั้นอยู่ภายใต้ข้อจำกัดของพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 หรือไม่

โดยหลัก ธุรกิจที่อยู่ในบัญชีท้ายกฎหมายแบ่งเป็น

บัญชี 1
ธุรกิจที่ไม่อนุญาตให้คนต่างด้าวประกอบด้วยเหตุผลพิเศษ

บัญชี 2
ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง วัฒนธรรม หรือทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งอยู่ภายใต้เงื่อนไขและกระบวนการอนุญาต

บัญชี 3
ธุรกิจที่อยู่ภายใต้ข้อจำกัดตามที่กฎหมายกำหนด โดยบางธุรกิจสามารถขออนุญาตหรือเข้าข้อยกเว้นได้

ที่สำคัญคือ ไม่ควรดูเพียงชื่อธุรกิจหรือสัญชาติของผู้ถือหุ้น แต่ต้องวิเคราะห์โครงสร้างบริษัท ลักษณะการดำเนินธุรกิจ ทุน สัดส่วนการถือหุ้น และกฎหมายเฉพาะที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

สำหรับนักลงทุนต่างชาติที่กำลังวางแผนเข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทย การตรวจสอบประเภทธุรกิจก่อนจัดตั้งบริษัท จะช่วยให้สามารถวางโครงสร้างการลงทุนและเตรียมใบอนุญาตได้ถูกต้องตั้งแต่ต้น


Facebook-Management YouTube Facebook-Consultant Facebook-Recruitment
ประกาศ

1. สถานีนี้ปฏิบัติตามมาตรฐานในวงการ และทุกบทความที่ถูกคัดลอกจะถูกทำเครื่องหมายชัดเจนว่าเป็นของผู้เขียนและแหล่งที่มา; 2. บทความต้นฉบับของสถานีนี้ โปรดระบุผู้เขียนและแหล่งที่มาเมื่อมีการคัดลอก เราจะดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้ที่ไม่เคารพสิทธิของผู้เขียน; 3. การส่งบทความของผู้เขียนอาจถูกดำเนินการแก้ไขหรือเพิ่มเติมโดยบรรณาธิการของเราในบางกรณีที่เหมาะสม

แสดงความคิดเห็น
ค้นหา
อันดับความนิยม
เผยแพร่เมื่อเร็วๆ นี้
รายการแท็ก
    ติดตามเรา

    สแกนเพิ่มเราเป็นเพื่อน เพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติม