สินค้าจีนไม่มีฉลากภาษาไทย ขายในไทยได้ไหม? สิ่งที่ผู้นำเข้าต้องรู้ก่อนนำมาจำหน่าย

Pam การเข้าชม: 17 2026-09-30 13:40:05 ความคิดเห็น: 0

เกี่ยวกับ TMA Group
TMA Group เป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการสรรหาบุคลากรและการให้คำปรึกษาทางธุรกิจในประเทศไทย มุ่งมั่นที่จะให้บริการครบวงจรแก่ทั้งองค์กรและบุคคล รวมถึงการสรรหาบุคลากร การบริหารจัดการทางการเงิน การจัดการภาษี การให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย การบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ และบริการอื่นๆ หากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงทุนในประเทศไทย ยินดีต้อนรับติดต่อเราตลอดเวลา

ปัจจุบันการนำเข้าสินค้าจากจีนมาจำหน่ายในประเทศไทยได้รับความนิยมมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสินค้าจาก 1688, Taobao, Alibaba หรือโรงงานจีนโดยตรง แต่สิ่งที่ผู้ประกอบการควรตรวจสอบก่อนสั่งสินค้าเข้ามาขาย ไม่ใช่เพียงเรื่องราคาและค่าขนส่งเท่านั้น แต่ยังรวมถึง ฉลากสินค้า มาตรฐาน และใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยคือ“สินค้าจีนมีฉลากภาษาจีนอยู่แล้ว แต่ไม่มีฉลากภาษาไทย สามารถนำมาขายในประเทศไทยได้หรือไม่?” ต้องพิจารณาตามประเภทสินค้าและกฎหมายที่เกี่ยวข้องก่อน เพราะสินค้าบางประเภทกำหนดให้ต้องมีข้อมูลภาษาไทยก่อนนำมาจำหน่ายในประเทศไทย ขณะที่สินค้าบางประเภทอาจมีข้อกำหนดเฉพาะเพิ่มเติม เช่น อย. มอก. หรือ NBTC

Account Services - 2026-09-30T140030.778.png


สินค้าจีนไม่มีฉลากภาษาไทย ขายได้หรือไม่?

ไม่สามารถสรุปได้ว่าสินค้าจีนทุกชนิดต้องมีฉลากภาษาไทยเหมือนกันทั้งหมด แต่หากสินค้านั้นอยู่ภายใต้กฎหมายที่กำหนดเรื่องฉลาก ผู้ประกอบการต้องจัดทำฉลากให้เป็นไปตามข้อกำหนดของประเทศไทย สำหรับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศที่อยู่ภายใต้กฎหมายควบคุมฉลาก โดยทั่วไปต้องมีข้อมูลภาษาไทยที่ผู้บริโภคสามารถอ่านและเข้าใจได้ และข้อมูลบนฉลากต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่หน่วยงานกำหนด

ดังนั้น การมีเพียงฉลากภาษาจีนจากผู้ผลิต ไม่ได้หมายความว่าสามารถนำมาวางจำหน่ายในประเทศไทยได้ทันที


1. สินค้าทั่วไป ต้องตรวจสอบเรื่องฉลากก่อนจำหน่าย

สินค้าบางประเภทอยู่ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภคและการควบคุมฉลาก โดยฉลากต้องมีข้อความและรายละเอียดตามที่กฎหมายกำหนด

สำหรับสินค้านำเข้า ผู้ประกอบการควรตรวจสอบข้อมูลสำคัญ เช่น

  • ชื่อสินค้า

  • รายละเอียดหรือคุณสมบัติของสินค้า

  • วิธีใช้หรือคำแนะนำในการใช้งาน

  • คำเตือนหรือข้อควรระวัง

  • ปริมาณหรือขนาด

  • ชื่อและที่อยู่ของผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า

  • ประเทศผู้ผลิต

  • ข้อมูลอื่น ๆ ที่กฎหมายกำหนดสำหรับสินค้าประเภทนั้น

ข้อสำคัญ: รายละเอียดที่ต้องระบุบนฉลากไม่ได้เหมือนกันทุกสินค้า จึงควรตรวจสอบเป็นรายประเภทก่อนนำเข้า


2. อาหารนำเข้าจากจีน ต้องตรวจสอบ อย.

หากเป็น อาหารนำเข้าจากจีนเพื่อจำหน่ายในประเทศไทยโดยอาหารนำเข้าบางประเภทต้องมีการขออนุญาตหรือมีเลขสารบบอาหารตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และต้องจัดทำฉลากให้ถูกต้อง ผู้ประกอบการต้องตรวจสอบข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพิ่มเติม 

ข้อมูลบนฉลากอาหารอาจรวมถึง

  • ชื่ออาหาร

  • เลขสารบบอาหาร

  • ส่วนประกอบ

  • ปริมาณสุทธิ

  • วันผลิตหรือวันหมดอายุ ตามกรณี

  • ข้อมูลสารก่อภูมิแพ้

  • ชื่อและที่ตั้งของผู้นำเข้า

  • ประเทศผู้ผลิต

  • คำแนะนำหรือคำเตือนที่เกี่ยวข้อง

ดังนั้น หากผู้ประกอบการสั่งอาหารจากจีนเข้ามาขายโดยใช้เพียงฉลากภาษาจีน ควรตรวจสอบข้อกำหนดของ อย. ก่อนนำเข้าสินค้าเพื่อจำหน่าย


3. เครื่องสำอางจากจีนก็ต้องตรวจสอบฉลาก

เครื่องสำอางเป็นอีกหนึ่งกลุ่มสินค้าที่ผู้ประกอบการนำเข้าจากจีนควรให้ความสำคัญ ก่อนนำเข้ามาจำหน่าย ควรตรวจสอบทั้งเรื่อง การจดแจ้งเครื่องสำอาง + ฉลากภาษาไทย + ข้อมูลผลิตภัณฑ์ ฉลากต้องมีข้อมูลตามหลักเกณฑ์ที่ อย. กำหนด และต้องมีข้อความภาษาไทยที่เหมาะสมกับประเภทสินค้า

ดังนั้น การที่โรงงานจีนมีฉลากภาษาจีนหรือภาษาอังกฤษมาให้ ไม่ได้แปลว่าสามารถนำมาขายในไทยได้ทันที


4. สินค้าที่ต้องมี มอก. ต้องตรวจสอบมาตรฐานเพิ่มเติม

นอกจากเรื่องฉลากแล้ว สินค้าบางประเภทอาจอยู่ภายใต้ มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) โดยเฉพาะสินค้าที่อยู่ในกลุ่ม มาตรฐานบังคับ ผู้ประกอบการต้องตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์นั้นเข้าข่ายมาตรฐานใด และต้องดำเนินการขออนุญาตก่อนนำเข้าหรือจำหน่ายตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

ตัวอย่างสินค้าที่ควรตรวจสอบ เช่น

  • เครื่องใช้ไฟฟ้า

  • อุปกรณ์ไฟฟ้า

  • สายไฟ

  • อุปกรณ์บางประเภทสำหรับเด็ก

  • ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมบางชนิด

อย่าใช้เครื่องหมาย CCC ของจีนเป็นหลักในการตัดสินว่าสินค้าสามารถขายในไทยได้ เพราะ CCC เป็นมาตรฐานของประเทศจีน ส่วนประเทศไทยอาจมีมาตรฐานหรือใบอนุญาตของไทยที่ต้องปฏิบัติตามเพิ่มเติม


5. สินค้าที่มี Wi-Fi หรือ Bluetooth ต้องดู NBTC ด้วย

หากสินค้าที่นำเข้าจากจีนมี Wi-Fi, Bluetooth หรือระบบสื่อสารไร้สาย ผู้ประกอบการควรตรวจสอบข้อกำหนดของ สำนักงาน กสทช. (NBTC) เพิ่มเติม

ตัวอย่างเช่น

  • Smart Device

  • Router

  • อุปกรณ์ IoT

  • Bluetooth Speaker

  • Smart Watch

  • อุปกรณ์ Wireless

  • กล้องหรืออุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ Wi-Fi

สินค้าเหล่านี้อาจมีข้อกำหนดด้านการรับรองหรือการอนุญาตที่แตกต่างกันตามลักษณะและคลื่นความถี่ของอุปกรณ์

ดังนั้น จึงไม่ควรดูเฉพาะว่า “มี CCC แล้วหรือยัง” แต่ควรตรวจสอบข้อกำหนดของไทยก่อนนำเข้า


แล้วถ้านำเข้ามาก่อน แล้วค่อยติดฉลากภาษาไทยได้ไหม?

คำตอบคือ ต้องดูเป็นรายกรณี

ผู้ประกอบการไม่ควรเข้าใจว่า สินค้าทุกประเภทสามารถนำเข้าโดยไม่มีฉลากภาษาไทย แล้วค่อยนำมาติดสติกเกอร์ภายหลังได้ทั้งหมด

เนื่องจากสินค้าบางประเภทมีข้อกำหนดเฉพาะเกี่ยวกับ

  • รูปแบบฉลาก

  • ตำแหน่งของฉลาก

  • ข้อมูลที่ต้องแสดง

  • ภาษา

  • การจดแจ้งหรือการอนุญาต

  • ข้อมูลของผู้นำเข้า

  • การแสดงเครื่องหมายรับรอง

ดังนั้น ควรตรวจสอบข้อกำหนดของสินค้าก่อนสั่งผลิตหรือสั่งซื้อจำนวนมาก


ตัวอย่างสถานการณ์ที่ผู้ประกอบการมักเข้าใจผิด

❌ “โรงงานจีนบอกว่าสินค้าผ่านมาตรฐานแล้ว ขายในไทยได้เลย”

ไม่เสมอไป

มาตรฐานที่โรงงานจีนมี เช่น CCC ไม่ได้หมายความว่าสินค้านั้นผ่านข้อกำหนดทั้งหมดของประเทศไทย


❌ “มีฉลากภาษาอังกฤษก็เพียงพอแล้ว”

ไม่เสมอไปเช่นกัน

สินค้าบางประเภทต้องมีข้อมูลภาษาไทยตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด


❌ “สินค้าราคาถูก นำเข้ามาขายออนไลน์ไม่น่ามีปัญหา”

การขายผ่าน Shopee, Lazada, TikTok Shop, Facebook หรือเว็บไซต์ของตัวเอง ไม่ได้ทำให้สินค้าหลุดพ้นจากกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากสินค้านั้นอยู่ภายใต้ข้อกำหนดด้านฉลากหรือใบอนุญาต ผู้ขายก็ยังมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย


ก่อนนำเข้าสินค้าจีน ควรตรวจสอบอะไรบ้าง?

ผู้ประกอบการสามารถใช้ Checklist ง่าย ๆ 6 ขั้นตอน

1. ตรวจสอบประเภทสินค้า

อาหาร / เครื่องสำอาง / เครื่องใช้ไฟฟ้า / ของเล่น / อุปกรณ์สื่อสาร / สินค้าทั่วไป ฯลฯ

↓

2. ตรวจสอบว่าต้องมีใบอนุญาตหรือไม่

เช่น อย. / มอก. / NBTC หรือใบอนุญาตเฉพาะอื่น ๆ

↓

3. ตรวจสอบเรื่องฉลากภาษาไทย

ดูว่าต้องแสดงข้อมูลอะไร และต้องแสดงในรูปแบบใด

↓

4. ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า

อย่าดูเฉพาะมาตรฐานจากประเทศจีน ต้องตรวจสอบมาตรฐานที่ประเทศไทยกำหนดด้วย

↓

5. ตรวจสอบเอกสารนำเข้า

เช่น Invoice, Packing List, ใบอนุญาต และเอกสารที่เกี่ยวข้อง

↓

6. ตรวจสอบก่อนสั่งล็อตใหญ่

ควรตรวจสอบข้อกำหนดให้เรียบร้อยก่อนสั่งสินค้า เพราะหากสินค้าไม่สามารถจำหน่ายได้ อาจทำให้เกิดต้นทุนเพิ่มเติมจากการแก้ไขฉลาก การเก็บสินค้า หรือการดำเนินการตามกฎหมาย


สินค้าจีนที่ไม่มีฉลากภาษาไทย ไม่ได้หมายความว่าห้ามนำเข้าประเทศไทยทุกกรณี 

แต่หากเป็นสินค้าที่มีกฎหมายกำหนดให้ต้องมีฉลากภาษาไทย ผู้ประกอบการต้องดำเนินการให้ถูกต้องก่อนนำมาจำหน่าย โดยเฉพาะสินค้ากลุ่ม อาหาร เครื่องสำอาง เครื่องใช้ไฟฟ้า ของเล่น และอุปกรณ์ที่มีระบบสื่อสารไร้สาย ควรตรวจสอบข้อกำหนดเฉพาะก่อนนำเข้า เพราะการตรวจสอบ ก่อนสั่งสินค้า มักช่วยลดความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายได้มากกว่าการนำเข้าสินค้ามาแล้วพบว่าไม่สามารถจำหน่ายได้


TMA ให้บริการด้านการนำเข้าสินค้าจากจีน

สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการนำเข้าสินค้าจากจีนมาจำหน่ายในประเทศไทย TMA Consultant Management ให้บริการช่วยตรวจสอบและประสานงานด้านเอกสารและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจในประเทศไทยตั้งแต่การ จดทะเบียนบริษัท การตรวจสอบใบอนุญาต การนำเข้าสินค้า มาตรฐานสินค้า ไปจนถึงบัญชีและภาษี ก่อนสั่งสินค้าล็อตใหญ่ ควรตรวจสอบก่อนว่าสินค้าของคุณต้องมีใบอนุญาตหรือมาตรฐานอะไรในประเทศไทย เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและปัญหาที่อาจเกิดขึ้นภายหลังค่ะ


Facebook-Management YouTube Facebook-Consultant Facebook-Recruitment
ประกาศ

1. สถานีนี้ปฏิบัติตามมาตรฐานในวงการ และทุกบทความที่ถูกคัดลอกจะถูกทำเครื่องหมายชัดเจนว่าเป็นของผู้เขียนและแหล่งที่มา; 2. บทความต้นฉบับของสถานีนี้ โปรดระบุผู้เขียนและแหล่งที่มาเมื่อมีการคัดลอก เราจะดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้ที่ไม่เคารพสิทธิของผู้เขียน; 3. การส่งบทความของผู้เขียนอาจถูกดำเนินการแก้ไขหรือเพิ่มเติมโดยบรรณาธิการของเราในบางกรณีที่เหมาะสม

แสดงความคิดเห็น
ค้นหา
อันดับความนิยม
เผยแพร่เมื่อเร็วๆ นี้
รายการแท็ก
    ติดตามเรา

    สแกนเพิ่มเราเป็นเพื่อน เพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติม