ทำไมบริษัทรถยนต์ไฟฟ้าจีน ถึงเลือกมาลงทุนในประเทศไทย?
เกี่ยวกับ TMA Group
TMA Group เป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการสรรหาบุคลากรและการให้คำปรึกษาทางธุรกิจในประเทศไทย มุ่งมั่นที่จะให้บริการครบวงจรแก่ทั้งองค์กรและบุคคล รวมถึงการสรรหาบุคลากร การบริหารจัดการทางการเงิน การจัดการภาษี การให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย การบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ และบริการอื่นๆ หากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงทุนในประเทศไทย ยินดีต้อนรับติดต่อเราตลอดเวลา
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยกลายเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะการเข้ามาลงทุนของผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีน เช่น BYD, Great Wall Motor, Changan และผู้ผลิตรายอื่น ๆ การเข้ามาของบริษัทเหล่านี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงการนำรถยนต์เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยเท่านั้น แต่หลายบริษัทเลือกที่จะ ตั้งฐานการผลิตและสร้าง Supply Chain ในประเทศไทย เพื่อรองรับทั้งตลาดไทยและตลาดส่งออก แล้วอะไรคือเหตุผลที่ทำให้ประเทศไทยน่าสนใจสำหรับบริษัทรถยนต์ไฟฟ้าจีน?

1. ไทยมีอุตสาหกรรมยานยนต์ที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว
ประเทศไทยมีฐานอุตสาหกรรมยานยนต์ที่พัฒนามาเป็นเวลานาน ทั้งโรงงานประกอบรถยนต์ ผู้ผลิตชิ้นส่วน ระบบโลจิสติกส์ และแรงงานที่มีประสบการณ์
เมื่ออุตสาหกรรมกำลังเปลี่ยนจากรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า ผู้ผลิต EV จึงสามารถใช้ประโยชน์จาก Ecosystem เดิมและต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรม EV ได้
BOI ระบุว่าผู้ผลิต EV จีนมองประเทศไทยว่ามี Supply Chain ชิ้นส่วน โครงสร้างพื้นฐาน และระบบโลจิสติกส์ที่พร้อมรองรับการผลิต รวมถึงมีตลาดในประเทศที่มีศักยภาพในการเติบโต
2. ไทยต้องการผลักดันตัวเองให้เป็น EV Hub ของภูมิภาค
หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของประเทศไทยคือการพัฒนาไทยให้เป็น ฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาค
ภายใต้มาตรการ EV 3.5 ในช่วงปี 2024–2027 รัฐบาลมีมาตรการส่งเสริมทั้งฝั่งผู้ผลิตและผู้บริโภค เพื่อสนับสนุนการลงทุนใน Ecosystem ของ EV ตั้งแต่รถยนต์ แบตเตอรี่ ชิ้นส่วนสำคัญ ไปจนถึงสถานีชาร์จ
นอกจากนี้ ไทยยังมีเป้าหมาย 30@30 ซึ่งต้องการให้ยานยนต์ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์มีสัดส่วนอย่างน้อย 30% ของการผลิตยานยนต์ทั้งหมดภายในปี 2030
จึงทำให้บริษัท EV มองเห็นทิศทางนโยบายที่ชัดเจนในระยะยาว
3. มีมาตรการส่งเสริมการลงทุนจากภาครัฐ
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือ สิทธิประโยชน์ด้านการลงทุน ประเทศไทยมีมาตรการส่งเสริมการลงทุนสำหรับอุตสาหกรรม EV และชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยมุ่งสร้าง Ecosystem ตั้งแต่การผลิตรถยนต์ แบตเตอรี่ อุปกรณ์สำหรับ EV และชิ้นส่วนต่าง ๆ
นอกจากสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนแล้ว มาตรการ EV ยังมีเงื่อนไขที่เชื่อมโยงกับการตั้งฐานการผลิตในประเทศไทยและการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศ เพื่อให้เกิดการลงทุนจริงและสร้าง Supply Chain ภายในประเทศ
4. ไทยไม่ได้เป็นแค่ตลาดขายรถ แต่เป็นฐานส่งออก
เหตุผลสำคัญอีกข้อคือ ประเทศไทยมีศักยภาพในการเป็นฐานส่งออก เมื่อบริษัทเข้ามาตั้งโรงงานในไทย บริษัทไม่ได้มองเฉพาะยอดขายรถยนต์ในประเทศไทย แต่สามารถใช้ไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกไปยังประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคได้
ตัวอย่างเช่น Changan ได้ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนสำหรับโรงงานในไทย มูลค่า 8,800 ล้านบาท โดยโรงงานระยะแรกมีกำลังการผลิต 100,000 คันต่อปี และมีเป้าหมายรองรับทั้งตลาดไทย อาเซียน และตลาดส่งออกอื่น ๆ
นี่จึงทำให้การลงทุนในไทยมีความหมายมากกว่าการ “เปิดโรงงานเพื่อขายในประเทศ”แต่เป็นการสร้าง Regional Manufacturing Hub
5. ไทยมีตลาด EV ที่เติบโตและผู้บริโภคเปิดรับเทคโนโลยีใหม่
ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ไทยกลายเป็นตลาดสำคัญสำหรับผู้ผลิต EV จีน
ความนิยมของรถ EV ประกอบกับการแข่งขันด้านราคา เทคโนโลยี และฟังก์ชัน ทำให้ผู้ผลิตจีนสามารถเข้ามาแข่งขันในตลาดไทยได้อย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกัน การที่ผู้ผลิตรายแรก ๆ เข้ามาลงทุนและประสบความสำเร็จในตลาดไทย ยังช่วยสร้างความมั่นใจให้กับบริษัทจีนรายอื่น ๆ ที่กำลังพิจารณาการลงทุนด้วย โดย BOI ระบุว่าผู้ผลิตจีนมองตัวอย่างจากบริษัทอย่าง MG, Great Wall Motor, BYD และ NETA ที่เข้ามาตลาดไทยก่อนหน้านี้เป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อการลงทุนในไทย
6. มี Supplier และ Ecosystem ที่สามารถต่อยอดได้
การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าไม่ได้มีเพียงโรงงานประกอบรถยนต์ แต่ยังต้องใช้ชิ้นส่วนและเทคโนโลยีจำนวนมาก เช่น
แบตเตอรี่
มอเตอร์ไฟฟ้า
ระบบควบคุม
ระบบอิเล็กทรอนิกส์
Semiconductor
ระบบชาร์จ
ชิ้นส่วนตัวถัง
ระบบ Software และ Connectivity
การที่ไทยมีฐานอุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์อยู่แล้ว จึงช่วยให้ผู้ผลิต EV สามารถสร้างเครือข่าย Supplier ในประเทศและลดระยะเวลาในการจัดหาชิ้นส่วน
รัฐบาลเองก็พยายามผลักดันให้เกิดการใช้ Local Content มากขึ้น เพื่อให้การลงทุน EV สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ประกอบการไทยใน Supply Chain ด้วย
แล้วทำไมต้องเป็น“บริษัทจีน”?
สำหรับบริษัทจีน การขยายออกมานอกประเทศมีความสำคัญมากขึ้นจากการแข่งขันในตลาดรถยนต์จีนที่สูงขึ้น ขณะเดียวกันผู้ผลิตจีนก็มีความสามารถในการแข่งขันด้าน เทคโนโลยีแบตเตอรี่ ต้นทุนการผลิต และการพัฒนารถ EV การเข้ามาตั้งฐานผลิตในต่างประเทศจึงช่วยให้บริษัทสามารถขยายตลาด ลดการพึ่งพาตลาดจีน และสร้างฐานการผลิตใกล้กับตลาดเป้าหมายมากขึ้น ประเทศไทยจึงเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความน่าสนใจ เนื่องจากมีทั้ง ตลาด EV + ฐานการผลิตรถยนต์เดิม + Supply Chain + โครงสร้างพื้นฐาน + นโยบายส่งเสริมจากภาครัฐ
การที่บริษัทรถยนต์ไฟฟ้าจีนเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ไม่ได้เกิดจากปัจจัยด้านยอดขายรถเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากการมองประเทศไทยในฐานะ ฐานการผลิตและฐานส่งออก EV ของภูมิภาค
ปัจจัยสำคัญ ได้แก่
1. มีฐานอุตสาหกรรมยานยนต์เดิมที่แข็งแรง
2. รัฐบาลมีนโยบายผลักดันประเทศไทยเป็น EV Hub
3. มีมาตรการส่งเสริมการลงทุน
4. สามารถใช้ไทยเป็นฐานส่งออกไปยังอาเซียน
5. ตลาด EV ในประเทศมีศักยภาพ
6. มี Supply Chain และโครงสร้างพื้นฐานรองรับ
ดังนั้น สำหรับบริษัทจีนที่กำลังมองหาประเทศเพื่อขยายฐานการผลิตในอาเซียน ประเทศไทยจึงไม่ได้เป็นเพียง“ตลาดขายรถ”แต่กำลังถูกวางตำแหน่งให้เป็น“ฐานการผลิต EV และ Supply Chain ของภูมิภาค”ซึ่งเป็นโอกาสที่น่าสนใจทั้งสำหรับผู้ผลิตรถยนต์และธุรกิจไทยที่ต้องการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ Supply Chain นี้
1. สถานีนี้ปฏิบัติตามมาตรฐานในวงการ และทุกบทความที่ถูกคัดลอกจะถูกทำเครื่องหมายชัดเจนว่าเป็นของผู้เขียนและแหล่งที่มา; 2. บทความต้นฉบับของสถานีนี้ โปรดระบุผู้เขียนและแหล่งที่มาเมื่อมีการคัดลอก เราจะดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้ที่ไม่เคารพสิทธิของผู้เขียน; 3. การส่งบทความของผู้เขียนอาจถูกดำเนินการแก้ไขหรือเพิ่มเติมโดยบรรณาธิการของเราในบางกรณีที่เหมาะสม




